19
Aug

      ในปัจจุบันเทรนด์หลายๆอย่างเริ่มนิยมหันมาอนุรักษ์และนิยมอะไรที่มีกลิ่นอายเก่าๆกันมากขึ้น เทรนด์การตกแต่งภายในก็ เช่นกัน มีการตกแต่งหลายสไตล์ที่แสดงออกถึงกลิ่นอายและเสน่ห์แห่งอดีตหรือประวัติ ศาสตร์ที่ชวนให้ผู้อาศัยจินตนาการตาม เช่น สไตล์วินเทจ สไตล์อิงลิชคันทรี และอีกหนึ่งสไตล์ที่จะพูดถึงคือสไตล์ลอฟต์ (Loft)

      การ ตกแต่งสไตล์ลอฟท์เกิดขึ้นราวค.ศ. 1970 ที่ย่าน Soho ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีลักษณะเหมือนโรงงานหรือโกดังในยุคปฏิวัตอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่เปิดโล่ง โชว์โครงสร้างโดยรวมทั้งหมดของอาคาร ไม่มีการแบ่งพื้นที่ภายในอาคารอย่างเป็นสัดส่วนหรือตามการใช้งาน ซึ่งเป็นการแสดงเนื้อแท้ของวัสดุอุปกรณ์ทุกประเภทให้เห็นอย่างชัดเจน

      การ นำโรงงานหรือโกดังมาใช้เป็นที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก โรงงานอุตสาหกรรมในเมืองหลายแห่งปิดตัวและย้ายไปตั้งนอกเมืองแทน ทำให้โรงงานและโกดังในตัวเมืองที่ร้างเหล่านี้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของบุคคล ที่ไม่สามารถหาซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยในเมืองที่มีราคาแพงได้

      นิยามง่ายๆของการตกแต่งภายในสไตล์ ลอฟต์คือ “ง่ายๆเปลือยๆไม่ต้องปรุงแต่ง” เช่น การโชว์ผนังเปลือยหรือโชว์แนว ขอบหรือร่องของอิฐเก่าๆ อันเป็นลวดลายธรรมชาติของตัววัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ไร้ฝ้าเพดานที่ช่วยปกปิดความรุงรังและความสกปรกของท่อน้ำ สายไฟ โครงสร้างดเหล้กใต้หลังคา ฯลฯ ส่วนวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในส่วนใหญ่จะเป็นเหล็กกับกระจกที่ช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามา ใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆล้วนยึดรูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก เป็นต้น

 

ความสำคัญของการตกแต่งภายในและออกแบบห้อง

      การตกแต่งภายในเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่โดยเฉพาะนักดีไซน์ที่มีหัวคิดในการออกแบบห้องต่างๆในบ้านหรือในสำนักงานของคุณให้มีความน่าอยู่และสร้างความสวยงามให้กับห้องต่างๆ ของคุณ ในการออกแบบหรือการตกแต่งสถานที่ต่างๆนั้นคุณไม่จำเป็นต้องออกแบบหรือตกแต่งเองก็ได้เพราะในปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ให้บริการในการออกแบบห้องและสามารถจัดห้องให้คุณได้อย่างลงตัว เช่น ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขกหรือจะเป็นการตกแต่งออฟฟิตสำนักงาน เป็นต้นและในการออกแบบดีไซต์นั้นคุณก็สามารถพูกคุยและของคำแนะนำจากนักออกแบบหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการของคุณได้และนักออกแบบก็จะทำการออกแบบและตกแต่งภายในให้กับห้องคุณได้ตามที่คุณต้องการและนอกจากนั้นประโยชน์ของการออกแบบดีโซน์ก็คือการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวและใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

      ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าประโยชน์ของการออกแบบหรือตกแต่งภายในนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่อาศัยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีการเลือกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆและที่สำคัญคือการจัดวางเพื่อให้สะดวกในการใช้สอยและในการจัดวางนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบว่าจะมีการจัดวางอย่างไรให้ลงตัวและเป็นประโยชน์กับพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด

Comments Off
18
Aug

      หลังคาบ้านเป็นส่วนหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก แต่อันที่จริงแล้วมันคือ สิ่งจำเป็นที่สุด ที่ ช่วยให้ เจ้าของบ้านอาศัยอยู่ภายในบ้าน ได้อย่างปลอดภัย ปกป้องจากแดด ลม ฝน และมีความสุข การเลือกใช้สีก็มีความสำคัญที่จะช่วงส่งเสริมให้ชีวิตเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย มีความสุข ความเจริญยิ่งขึ้น ตามหลัก ของศาสตร์ฮวงจุ้ย นอกจากเรื่องของทิศ ประตูเข้า-ออกและตำแหน่งการวางแผนผังบ้านแล้ว เรื่องของสีในการเลือกใช้ให้ถูกโฉลกกับเจ้าของบ้านก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน   เรากำลังพูดถึง เกี่ยวกับการเลือกใช้สีหลังคาบ้านให้เหมาะสมอยู่นั่นเอง มาเริ่มต้นกันเลย

  • ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ –>สีหลังคาบ้านที่ถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ เหมาะกับสีแดง หรือสีทอง เป็นสีที่บ่งบอกบารมีของคนเกิดวันอาทิตย์ จะช่วยเสริมดวงในเรื่องของหน้าที่การงาน โชคลาภ และควรตกแต่งเพิ่มเติมด้วยสีทองบ้างบางส่วนเพื่อเสริมดวงให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น แต่ไม่เหมาะสมที่จะใช้สีแดง และสีทอง ทาสีบ้าน
  • ท่านที่เกิดวันจันทร์ –> สีหลังคาบ้านที่ถูกโฉลกสำหรับคนที่เกิดวันจันทร์ ควรเลือกใช้สีฟ้าอ่อน เพื่อช่วยเสริมเสน่ห์ต่อคนรอบข้าง ให้เป็นที่นิยมรักใคร่มากขึ้น มีคนคอยช่วยเหลือเกื้อหนุนยามลำบาก
  • ท่านที่เกิดวันอังคาร –>ดาวประจำวันอังคารเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม ดังนั้น พื้นฐานจิตใจของคนที่เกิดวันอังคาร เป็นคนที่ค่อนข้างตัดสินใจรวดเร็ว ใจร้อน จึงควรใช้สีที่ดูผ่อนคลายให้มาก จะทำให้รู้สึกปลอดภัย ลดความเคร่งเครียดในแต่ชีวิตประจำวัน สงบร่มเย็น อยู่อย่างสันติ ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ควรเลือกใช้สีหลังคา สีฟ้าอ่อน หรือสีเทา ที่ดูสงบ อบอุ่น เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับลักษณะของคนที่เกิดวันอังคาร
  • ท่านที่เกิดวันพุธ –>ควรเลือกใช้สีที่มีความทันสมัย มีชีวิตชีวา กระปรี่กระเปร่า ตื่นตัว ตลอดเวลา ช่วยให้มีความคิดดีๆ เกิดเพิ่มขึ้น ควรเลือกใช้สีโทนเขียวอ่อน เทา สีเหล่านี้ให้ความสดใสกับคนที่เกิดวันพุธได้ดี
  • ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี –>พื้นฐานนิสัยคนที่เกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนใจดี นิสัยใจคอมักเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจ สีหลังคาที่ถูกโฉลกกับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ได้แก่ สีเอิร์ธโทน สีน้ำตาล สีโอ๊ค หรือสีที่ให้ความรู้สึกร่มเย็นท่ามกลางธรรมชาติ อยู่แล้วเสริมสิรมงคล เสริมบริวาร
  • ท่านที่เกิดวันศุกร์ –>คนที่เกิดวันศุกร์เป็นคนร่าเริงอยู่สม่ำเสมอ โกรธง่ายหายเร็ว พูดจามีเสน่ห์ เป็นคนมีความสมารถ แต่มักเบื่อง่าย คนเกิดวันศุกร์จึงเหมาะกับหลังคาที่มีสีเขียว สีน้ำตาล สีเทา สีควันบุหรี่ ช่วยให้มีคนรักใคร่ ผู้ใหญ่เอ็นดํ เข้มแข็งในตัวเอง และเสริมดวงชะตาให้คนในบ้านอยู่อย่างป็นสุข
  • ท่านที่เกิดวันเสาร์ –>ท่านที่เกิดวันเสาร์ เป็นคนซุกซน ช่างสังเกต ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่าย ๆ ซื่อสัตย์จริงใจ และรับผิดชอบ สีหลังคาสามารถเลือกใช้ได้ทุกสี แต่ต้องเป็นสีโทนอ่อน เพื่อเหมาะสมแก่การพักผ่อน ไม่ให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เสริมสิริมงคล เงินทองไหลมาเทมา

      เพื่อความเป็นสิริมงคลลองใช้เวลาเลือกสักนิดเพื่อ ความเป็นอยู่ที่ดี ราบรื่น และนำพาความสุขแก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน หลังคาที่ดี คุณภาพดีก็มีความจำเป็นเช่นกัน ปัจจุบันมีนวัตกรรม หลังคา ที่เรียกว่า     “ หลังคาเมทัลชีท” ซึ่งเป็นหลังคาที่มีความแข็งแรงสูง ยอมรับและเชื่อถือได้ ทนสนิมและมีอายุการใช้งานมากกว่า กระเบื้อง และเหล็กสักกะสีด้วย หลังคาเมทัลชีท มีรูปลอนที่สวยทันสมัย ป้องกันการรั่วซึมได้ดี อีกทั้งยังมีสีสันสวยงามเหมาะสมที่จะเลือกมาใช้กับบ้านที่ เจ้าของบ้านต้องการความปลอดภัย แข็งแรง และเสริมสิริมงคลได้อีกด้วย ฉีกกรอบจากความคิดเดิม ๆ เพราะหลังคาเมทัลชีท ไม่ใช่แค่หลังคาสังกะสีเคลือบสี แต่เป็นโลหะอย่างดี ที่ใช้สีชนิดพิเศษกว่าหลังคาทั่วไปในการเคลือบหันมาลองใช้หลังคาเมทัลชีท สำหรับการสร้างบ้านในอนาคตกัน ถ้าคุณรักบ้าน หาหลังคาคุณภาพดีให้บ้าน และ บ้านก็จะรักคุณ ทนทานอยู่กับคุณได้นานแสนนาน

Comments Off
05
Aug

ลูกบิดประตู มี 2 ชนิด คือ ลูกบิดแบบมีล็อค และ ลูกบิดที่ไม่มีกุญแจล็อค

   ลูกบิดแบบมีล็อค แบ่งออกเป็น 8 ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะแตกต่างในการใช้งานดังนี้

  1. ลูกบิดแบบ Entrance Lock แบบที่ 1 เมื่อกดล็อคประตูจากปุ่มด้านในแล้ว ก็สามารถปลดล็อคโดยใช้กุณแจจากทางด้านนอก หรือบิดลูดบิดด้านใน เพื่อปลดล็อค
  1. ลูกบิดแบบ Entrance Lock แบบที่ 2 ลูกบิดชนิดนี้มีความพิเศษที่สามารถล็อคการเปิดประตูได้ 2 ชั้น ลักษณะจะคล้ายกับแบบที่ 1 แต่จะมีตัวยื่นให้ไขปุ่มที่สามารถหมุนได้ เมื่อปิดประตู ประตูจะล็อคทุกครั้งป้องกันการลืมล็อคประตู
  1. ลูกบิดแบบ Vestibule Lock เป็นชนิดนี้ต้องปลดล็อคด้วยกุญแจด้านนอก และล็อคด้วยกุญแจด้านในเท่านั้น แต่ลูกบิดประตูด้านในสามารถเปิดปิดได้ตลอดเวลา
  1. ลูกบิดประตูสำหรับห้องเก็บของแบบที่ 1ต้องใช้กุญแจล็อคและปลดล็อคจากทั้งสองด้านของลูกบิด
  1. ลูกบิดสำหรับห้องเก็บของแบบที่ 2 ใช้สำหรับประตูภายนอกจะล็อคตลอดเวลา เวลาเข้าห้องต้องใช้กุญแจเท่านั้น แต่ลูกบิดภายในหมุนเปิดออกได้ตลอดเวลา
  1. ลูกบิดสำหรับห้องเรียน เป็นชนิดที่ล็อคจากภายนอกและคลายล็อคด้วยกุญแจ แต่ลูกบิดภายในหมุนเปิดออกได้ตลอดเวลาไม่มีปุ่มล็อค
  1. ลูกบิดสำหรับเดินทางล็อคด้วยกุญแจที่ลูกบิดด้านหน้าหรือกดปุ่มที่ลูกบิดด้านใน ปลดล็อคด้วยกุณแจที่ลูกบิดด้านนอกหรือหมุนลูกบิดด้านในหรือปิดประตู สามารล็อคด้วยกุณแจจากภายนอก
  1. ลูกบิดห้องพักในโรงแรม เป็นชนิดที่ประตูด้านนอกเปิดไม่ได้ ต้องใช้กุญแจไขเข้าเท่านั้น เมื่อกดปุ่มล็คด้านในจะใช้กุญแจเปิดไม่ได้ ยกเว้นกุญแจฉุกเฉินพิเศษเท่านั้น

 

ลูกบิดประตูแบบไม่มีกุญแจล็อค เป็นลูกบิดที่นิยมใช้กั้นห้องที่ไม่จำเป็นต้องปิดล็อค มี 6 ชนิด ดีงนี้

  1. ลูกบิดชนิดไม่มีกุญแจล็อค ลูกบิดชนิดนี้ทั้งสองด้านหมุนเปิดออกได้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะใช้กับประตูทที่ไม่ต้องการปิดล็อคเลย
  1. ลูกบิดชนิดเปิดได้ด้านเดียว เป็นลูกบิดชนิดด้านในเปิดได้ตลอดเวลา ด้านนอกล๊อคตลอดเวลา ใช้สำหรับประตูที่ให้คนออกอย่างเดียว ไม่ให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน เช่น ประตูหนีไฟ
  1. ลูกบิดแบบเฉลียง ด้านในจะมีปุ่มกดให้ล็อค เมื่อหมุนลูกบิดด้านในจะทำให้คลายล็อค ด้านนอกลูกบิดเรียบ ไม่มีกุญแจ เมื่อปิดประตู ปุ่มล็อคจะคลายออกโดยอัตโนมัติ และจะล็อคได้อีกครั้งจากการกดปุ่มล็อคซ้ำเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกล็อคไว้โดยไม่ตั้งใจ เมื่อเราอยู่ภายนอก
  2. ลูกบิดห้องนอน หรือห้องเด็ก เป็นชนิดนี้ด้านในมีปุ่มล็อคตามปกติ ด้านนอกสามารถเปิดได้ ด้วยปลายโลหะเล็กๆ ลูกบิดประตูชนิดนี้เวลาปิดประตู ปุ่มล็อคจะปลดออกทันที ต้องล็อคจากด้านในเท่านั้น
  1. ลูกบิดดัมมี่ คือลูกบิดชนิดที่ไม่มีตัวล็อคเช่นกัน เป็นลูกบิดชนิดติดตายสำหรับแทนมือจับประตูหรือประตูบานคู่
  1. ลูกบิดโรงพยาบาล มักจะใช้หลักความปลอดภัยของคนไข้จะสามารถล็อคได้จากปุ่มด้านใน แต่พอปิดประตู ปุ่มจะปลดล็อคและ ลูกบิดจากด้านนอกก็ยังมีที่บิดเปิดในกรณีฉุกเฉินอีกด้วย
Comments Off
27
Jun

เทคนิคการเลือกวอลเปเปอร์สำหรับการตกแต่งภายในห้อง ต่างๆ ในบ้านของคุณ ให้ดูดี น่าอยู่ และมีรวดลายที่เหมาะสมกับห้องและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั้นๆ โดยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้งานและเป็นการตกแต่งภายในที่เหมาะสมที่สุด โดยมีเคล็ดลับการเลือกวอลเปเปอร์ดังนี้

  1. ห้อง รับแขก จะต้องทำให้ดูหรูหรา เพราะห้องนี้เป็นห้องสำหรับต้อนรับแขกผู้มาเยือน ถึงว่าเป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าของบ้าน ดังนั้นควรจะเลือกวอลเปเปอร์ลายที่ดูหรู สีสันสะดุดตา เพิ่มความหรูหราให้กับสถานที่ เช่น ลายดอก โทนสีต่างๆ
  2. ห้องนอน เป็นห้องสำหรับการพักผ่อนส่วนบุคคล ควรจะเลือกวอลเปเปอร์ลายเรียบๆ สบายตา ดูอ่อนนุ่ม สวยงาม ควรเป็นโทนสีอ่อนๆทำให้ได้บรรยากาศที่ดีทั้งก่อนนอนและหลังตื่นนอน
  3. ห้อง สำหรับเด็ก ควรเลือกที่มีทั้งรูปแบบตัวอักษรและรูปสัตว์ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็ก ควรมีรวดลาย สีสัน ที่เหมาะสมกับเด็ก
  4. ห้อง สำนักงาน ควรตกแต่งภายในด้วยวอลเปเปอร์ลายเรียบ หรือลายดอกน้อยๆ โทนสีอ่อนๆ และสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานในบริษัท ในการต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาติดต่อได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

หลายคนตั้งคำถามให้กับตัวเองเมื่อวันหนึ่งต้องเลือกซื้อคอนโด บ้าน ที่พัก แล้วเราทำไมต้องไปสิ้นเปลืองงบประมาณเพิ่มกับการเลือกอุปกรณ์ตกแต่งภายใน หรือไม่ก็ต้องจ้างนักตกแต่งภายในประเภทบิวท์อินเข้ามา

หาก เราเปรียบโครงสร้างบ้านเหมือนดังเช่นลวด ลายเส้นดินสอที่เราเขียนเพื่อบรรยายความรูปสึกลงบนประดาษวาดรูป เมื่อวาดเสร็จแล้ว แต่ขณะหันกลับมามองที่รูปภาพ ทำไมจึงไม่สวยเหมือนอย่างที่เราตั้งใจไว้ นั้นเป็นเพราะภาพวาดนั้นมีแค่ปลายเส้นที่ขีดเขียนไปเพียงต้องการให้กระดาษ นั้นไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่กลับลืมคิดไปว่าจะต้องใช้สี ลวดลายแต่งเติม เพิ่มจากเดิมอีกหรือไม่ ก็เหมือนกับการตกแต่งภายในที่จะเข้ามาเป็นส่วนขยายโครงสร้างอาคาร ห้องพักให้มีสีสัน สวยงาม เป็นที่ชื่นชมยินดีของผู้ที่อยู่อาศัย และคนที่เดินทางมาเยี่ยมเยือน

โดยมีวัตถุประสงค์ ตกแต่งภายใน คือ

    • เพิ่ม เติมแต่ง บรรยากาศให้มีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
    • สร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้คนที่ได้พบเห็น และได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าในกรณีเป็นห้างร้าน หรือบริษัท
    • เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของคนในครอบครัว และความเจริญรุ่งเรื่องต่อหน้าที่การงาน ด้วยเทคนิคการตกแต่งภายในตามฮวงจุ้ย
    • ปรับพื้นที่ ขยับ ขยาย ให้มีพื้นที่ในการใช้สอยมากยิ่งขึ้น
    • ลดมลภาวะทางอากาศ และสายตาให้กับผู้ที่อยู่อาศัย
Comments Off